บทความ

 

ไฮไลท์…

  • ราคาที่ดินและที่อยู่อาศัยในชลบุรี ปรับสูงขึ้นเฉลี่ย 50% 
  • พ.ร.บ. EEC หนุนทั้งเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและครัวเรือน
  • ผลพลอยได้จากการประกาศใช้ พ.ร.บ. EEC ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยว และรายได้ของคนภาคตะวันออกมากขึ้น 

สกู๊ปพิเศษ การผลักดันให้เขตพื้นที่ EEC ครอบคลุม 3 จังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา นั้นส่งผลให้มีการเติบโตด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกร่างพระราชบัญญัติเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ พ.ร.บ. EEC เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ พ.ร.บ. ดังกล่าวได้ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้วนั้น แน่นอนว่าจะเกิดผลดีต่อสภาพเศรษฐกิจ หรือแม้แต่คุณภาพชีวิตของคนภาคตะวันออก

เป้าหมายของ “พ.ร.บ. EEC”

หลังจากมีการประกาศให้จังหวัดชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา เป็นเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC จึงส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวนั้นมีศักยภาพด้านเศรษฐกิจสูง ทั้งนี้เพื่อเป็นการพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ทำให้จำเป็นต้องมีการร่างกฎหมายขึ้นมาใหม่ ไปพร้อมกับพัฒนาเมืองให้มีความทันสมัยระดับนานาชาติ รวมทั้งให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบกิจการ ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวโดยเฉพาะ พร้อมกับผลักดันแผนงานพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกปี 2560-2564 ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. ลดต้นทุนโลจิสติกส์

2. เพื่มฐานภาษีของรัฐบาลให้ใหญ่ขึ้น

3. ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

4. ยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ของประชาชน

5. ส่งเสริมเศรษฐกิจให้ขยายตัว 5%/ปี มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 100,000 คน/ปี และเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว 10 ล้านคน/ปี อันเป้าหมายสูงสุดของการจัดทำแผนงานพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก

ประกาศใช้ พ.ร.บ. EEC แล้วจะเกิดอะไรขึ้น

แน่นอนว่าหลังจากที่ประกาศใช้ พ.ร.บ. EEC ที่ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้วนั้น สิ่งที่เห็นอย่างชัดเจนคือ การเข้ามาลงทุนของชาวต่างชาติมากขึ้น เพื่อให้กระตุ้นเศรษฐกิจภาคตะวันออก ส่งผลพลอยได้ให้คุณภาพชีวิตของคนภาคตะวันออกดีขึ้น แม้ตอนนี้ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมเท่าไรนัก แต่ถ้าหากสังเกตภาคการท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ จะเริ่มเห็นการตื่นตัวอย่างเห็นได้ชัด

ด้านการท่องเที่ยว ด้วยอานิสงส์ของแผนพัฒนาเส้นทางคมนาคม ทั้งการขยายเส้นทางมอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ และรถไฟฟ้าความเร็วสูง ที่เชื่อมต่อ 3 สนามบิน ดอนเมือง อู่ตะเภา และสุวรรณภูมิ แม้ขณะนี้โครงการดังกล่าวยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่เริ่มเห็นสีสัน ความคึกคักของการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในพื้นที่พัทยากลางและระยอง โดยหลังจากประกาศให้เขตพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ส่งผลให้การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เน้นกลุ่มครอบครัวส่งสัญญาณโตต่อเนื่อง ทั้งนี้คาดว่าหลังจากประกาศใช้ พ.ร.บ. EEC จะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพื่มขึ้นเป็น 47 ล้านคน จาก 30 ล้านคนในปัจจุบัน ส่งผลให้ประชาชนได้รายได้ 5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ได้รายได้ 3 แสนล้านบาท

ด้านอสังหาริมทรัพย์ หลังจากมีการประกาศให้จังหวัดชลบุรี เป็นหนึ่งในพื้นที่ EEC ส่งผลให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ รายใหญ่ ต่างเร่งสะสม Land Bank เพื่อพัฒนาที่ดินให้เป็นโครงการอสังหาฯ ส่งผลให้เกิดการแข่งขันกันระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่และท้องถิ่น ส่งผลให้มูลค่าที่อยู่อาศัยในจังหวัดชลบุรีปรับตัวสูงขึ้นเป็นอันดับ 2 รองลงมาจากกรุงเทพฯ

ค้นหาประกาศโครงการที่อยู่อาศัยในชลบุรี ได้ที่นี่

มูลค่าที่ดินภาคตะวันออกปรับตัว! ส่งผลราคาที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 50%

เมื่ออุตสาหกรรมต่างๆ เดินหน้าลงทุนตามแผนพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกตามโครงการ EEC ส่งผลให้ตลาดอสังหาฯ กลับมาคึกคัก ทั้งนี้เพื่อรองรับกลุ่มคนทำงานที่ย้ายตามแหล่งงาน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มูลค่าของที่ดินปรับสูงขึ้น เนื่องจากมีการเกร็งกำไรจากการขายที่ดิน จึงส่งผลให้ที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดฯ มีราคาเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 50% โดยมีการเปิดเผยข้อมูลจากนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ชลบุรี พบว่า ราคาที่ดินจากเดิมอยู่ที่ไร่ละ 2-3 ล้านบาท ปัจจุบันปรับขึ้นเป็น 5 ล้านบาท โดยเฉพาะราคาที่ดินติดชายหาดมีการปรับราคาค่อนข้างสูง จากเดิมอยู่ที่หลักหมื่นต่อตารางวา ปัจจุบันอยู่ที่ 200,000 – 250,000 บาท/ตารางวา

ทั้งนี้แม้ว่าขณะนี้จะมี พ.ร.บ. EEC เข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาคตะวันออก เพื่อให้นักลงทุนต่างชาติรวมถึงผู้ประกอบการในไทยประกอบธุรกิจได้ง่าย ประกอบกับส่งผลให้คุณภาพชีวิตของประชาชนนั้นดีขึ้น แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าข้อกำหนดที่ถูกระบุไว้ใน พ.ร.บ. EEC จะสามารถเอื้อประโยชน์ให้กับประชาชนในท้องที่ได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนหรือไม่

เรื่องข้างต้นเขียนโดย อารยา ศิริพยัคฆ์  Senior Digital Content Producer ประจำเว็บไซต์ DDproperty.com